ผลของการใช้ภาษารักเพื่อดูแลใจตนเองต่อภาวะซึมเศร้าในผู้ปกครองผู้ป่วยจิตเวชเด็ก และวัยรุ่น
Dublin Core
Description
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (quasi-experimental research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้แนวคิดภาษารักตามแนวคิดของ Gary Chapman ร่วมกับกระบวนการกลุ่มบำบัดตามแนวคิดของ Irvin D. Yalom ต่อภาวะซึมเศร้าในผู้ปกครองผู้ป่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ปกครองของเด็กและวัยรุ่นที่เข้ารับการรักษาในหน่วยบริการจิตเวชเด็กและวัยรุ่น แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมภาษารักเพื่อดูแลใจตนเองร่วมกับกลุ่มบำบัดจำนวน 3 ครั้ง ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป และแบบประเมินภาวะซึมเศร้า วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และสถิติทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยก่อน และหลังการทดลอง
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 75 มีอายุเฉลี่ย 32 ปี (SD = 6.21) และส่วนใหญ่เป็นมารดาของผู้ป่วย เด็กและวัยรุ่นที่ปุวยส่วนมากได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคออทิซึมและโรคสมาธิสั้น ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีระดับภาวะซึมเศร้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการทดลอง และเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พบว่ากลุ่มทดลองมีระดับภาวะซึมเศร้าลดลงมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่า การบูรณาการแนวคิดภาษารักกับกระบวนการกลุ่มบำบัด ช่วยเสริมสร้างการตระหนักรู้ในคุณค่าแห่งตน ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว เพิ่มทักษะการสื่อสารเชิงบวกและส่งเสริมการจัดการความเครียด ส่งผลให้ภาวะซึมเศร้าในผู้ปกครองลดลงอย่างมีประสิทธิภาพจึงควรนำโปรแกรมดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในหน่วยบริการจิตเวชเด็กและวัยรุ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้ปกครองควบคู่กับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่น
กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ปกครองของเด็กและวัยรุ่นที่เข้ารับการรักษาในหน่วยบริการจิตเวชเด็กและวัยรุ่น แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมภาษารักเพื่อดูแลใจตนเองร่วมกับกลุ่มบำบัดจำนวน 3 ครั้ง ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป และแบบประเมินภาวะซึมเศร้า วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และสถิติทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยก่อน และหลังการทดลอง
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 75 มีอายุเฉลี่ย 32 ปี (SD = 6.21) และส่วนใหญ่เป็นมารดาของผู้ป่วย เด็กและวัยรุ่นที่ปุวยส่วนมากได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคออทิซึมและโรคสมาธิสั้น ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีระดับภาวะซึมเศร้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการทดลอง และเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พบว่ากลุ่มทดลองมีระดับภาวะซึมเศร้าลดลงมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่า การบูรณาการแนวคิดภาษารักกับกระบวนการกลุ่มบำบัด ช่วยเสริมสร้างการตระหนักรู้ในคุณค่าแห่งตน ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว เพิ่มทักษะการสื่อสารเชิงบวกและส่งเสริมการจัดการความเครียด ส่งผลให้ภาวะซึมเศร้าในผู้ปกครองลดลงอย่างมีประสิทธิภาพจึงควรนำโปรแกรมดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในหน่วยบริการจิตเวชเด็กและวัยรุ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้ปกครองควบคู่กับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่น
Creator
Source
Publisher
สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคใต้ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
Date
Format
Language
Type
Alternative Title
The effect of using love language for taking care of oneself on depression among Parents of child and adolescent psychiatric patients
Date Created
2026
License
Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Extent
68 หน้า
Rights Holder
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
Social Bookmarking
Position: 1812 (75 views)
